หนังตลก กวนมึนโฮ

หนังตลก กวนมึนโฮ
หนังตลก กวนมึนโฮ

หนังตลก กวนมึนโฮ

หนังตลก กวนมึนโฮ ภาพยนตร์ไทย แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ผลิตโดย บริษัทจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดย จีทีเอช และมีการออกฉาย ในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553  SA Gaming

หนังเรื่องนี้ เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ของบรรจง ปิสัญธนะกูล ได้รับการจัดอันดับเป็น “น 18+ (ภาพยนตร์ที่เหมาะสม กับผู้มีอายุตั้งแต่ 18ปีขึ้นไป)  นำแสดงโดย ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และหนึ่งธิดา โสภณ 

ที่สำคัญ ภาพยนตร์นี้ เป็นผลงานกำกับ ในแนวหนังรัก เรื่องแรก ของบรรจง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน

กวน มึน โฮ นำเสนอเรื่องราว ของชายหนุ่ม และหญิงสาวชาวไทย ที่ไปเที่ยวประเทศเกาหลี แล้วพบกันโดยบังเอิญ ทั้งสองตกลง ที่จะไม่บอกชื่อแก่กัน และออกเที่ยวเกาหลีด้วยกัน pg slot

โดยความพิเศษจะอยู่ที่ ใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศเกาหลี ในหลากหลายฉากที่เกี่ยวข้อง กับละครซีรีส์เกาหลี ที่ฉายในประเทศไทย

ด้านกิจกรรม ทางค่ายหนังได้จัด กิจกรรม “กวน จน ดัง หวัง 100 ล้าน” โดยมีนักแสดง ผู้กำกับ และวงดนตรี ทเวนตีไฟฟ์อาวส์ ไปร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ “ยินดีที่ไม่รู้จัก” อีกด้วย

เรื่องย่อ

ชายหนุ่ม (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ผู้ชายคนหนึ่ง ที่จะไปประเทศเกาหลี ด้วยรองเท้าแตะคีบ และเสื้อยืดย้วย ๆ บวกกับกางเกงขาสั้น เขาเป็นคนเดียวในกรุ๊ปทัวร์ ที่ไม่มีครอบครัว หรือคนรักมาเที่ยวด้วยกัน สล็อต

บางทีที่นั่งว่างเปล่าข้าง ๆ อาจเป็นสาเหตุ ให้เขาเมามายขนาดนี้ ในวันเดินทาง หลังล้อเครื่องแตะพื้นผิว ของท่าอากาศยานกรุงโซล โปรแกรมเที่ยวตามรหัส 6-7-8 คือ ตื่นนอน 6 โมงเช้า – กินข้าว 7 โมงเช้า – ล้อหมุน 8 โมงเช้า

คืนนั้น ชายหนุ่ม เลยต้องพึ่งเหล้าโซจู ซึ่งเขามาเมาสลบ อยู่หน้าเกสท์เฮาส์แห่งหนึ่ง ในชุดคลุมอาบน้ำโรงแรม เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมาหมิ่นเหม่ เวลาล้อหมุน หญิงสาว (หนึ่งธิดา โสภณ) ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ร้องโวยวาย เพราะต้องการทวงเสื้อหนาว ที่เธอเสียสละ ให้เขาใช้คลุมกายคืน

ชายหนุ่มผู้หลงทาง จึงบังคับแกมตีมึน ให้หญิงสาว พาไปส่งที่โรงแรม แต่เพราะหลงทาง เสียเวลา หลงเสพสุรา เสียอนาคต ชายหนุ่ม จึงตกรถพลาดทัวร์สุดเนิร์ด จนต้องตามหญิงสาว ที่ตั้งใจมาทัวร์เดี่ยวตะลุย โลเกชั่นซีรีส์ สุดฮิตของเกาหลีแทน

ชายหนุ่มนั้น อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมหญิงสาวถึงมาเที่ยวคนเดียว เธอตอบง่าย ๆ ออกมาว่า เที่ยวคนเดียว ไม่ต้องเกรงใจใคร อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องทะเลาะกับใครด้วย อาจเพราะความคะนอง หรือ ความเหงา ทำงานเต็มที่ ก็สุดจะเดา joker gaming

และอยู่ ๆ ชายหนุ่มก็ยื่นข้อเสนอว่า “งั้นเรามาเที่ยวด้วยกันมั้ย ถ้าเธอไม่ชอบเที่ยวกับคนรู้จัก เราก็ไม่ต้องรู้จักกัน ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ข้อมูลส่วนตัว” เขายิ้มร่าพลางสรุป “เราจะเป็นแค่คนแปลกหน้าสองคน ที่ไปเที่ยวด้วยกัน”

บทภาพยนตร์

บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่โด่งดัง มาจากการกำกับ หนังสยองขวัญ อย่างเช่น ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, สี่แพร่ง (ตอน คนกลาง), ห้าแพร่ง (ตอน คนกอง) ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นหนังรักเรื่องแรก ของบรรจง

โดยเขาได้รับแรงบันดาลใจ จากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน โดยบทภาพยนตร์เขียนโดย สามคน รวมทั้ง ตัวของผู้กำกับ และฉันทวิชช์ ด้วยนั่นเอง โดยบทที่ไม่ใช่เป็นความรักโรแมนติกเท่านั้น ยังใส่ความกวนที่เป็นสไตล์ของเขาเข้าไป โดยตัวละครพวกเขา เป็นคนคิดขึ้นมาใหม่

การคัดเลือกนักแสดง

สำหรับตัวเอก ผู้ชาย ผู้กำกับเห็นแววในตัว เต๋อ ฉันทวิชช์ เห็นในความกวน จึงเลือกเขามารับบทนี้ อีกทั้ง ฉันทวิชช์ ได้ร่วมเขียนบทเองด้วย ส่วนตัวละครหญิง ผู้กำกับมีความตั้งใจว่า จะไม่ใช้นักแสดง ที่เคยเป็นนางเอกมาก่อน ได้คัดเลือกนักแสดงหญิง จำนวน 1,500 คนจากทั่วประเทศ ในโครงการ “ลักส์ปั้นดาว” จนได้ตัวนักแสดงหญิง ตัวเอก เป็น หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ slotxo

การถ่ายทำ

ภาพยนตร์นี้ ถ่ายทำที่ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เวลาถ่ายทำ นานมากถึงสองเดือนเต็ม ในช่วงเวลารอยต่อฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนั้น ยังมีการแก้ไขบทกว่า 20 ร่าง และถ่ายทำไว้ แบบหลากหลายอารมณ์ และยังมีบางฉากที่ต้องถ่ายในประเทศไทย โดยสมมติว่าเป็น ที่เกาหลีอีกด้วย

สถานที่ถ่ายทำ ในเกาหลีใต้ ผู้กำกับเลือกสถานที่ใน 2 ลักษณะคือ สถานที่ที่ชาวไทยมักไปท่องเที่ยวกัน เช่น ตามรอยซีรีส์เกาหลี โรงถ่ายละครแดจังกึม และ Winter Love Song ร้านกาแฟคอฟฟีพรินซ์ หอคอยนัมซาน เกาะนามิ สวนน้ำบลูแคนยอน ฟีนิกซ์พาร์กรีสอร์ต เซเวนลักคาซิโน สวนสนุกลอตเตเวิลด์ โซลทาวเวอร์ พิพิธภัณฑ์เท็ดดีแบร์ พระราชวังถ็อกซูกุง คลองชองเกชอน เมียงดง ทงแดมุน นัมแดมุน การแสดงไฮจัมป์โชว์

ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือในสถานที่ที่ไม่เป็นที่คุ้นเคย เช่น ในฉากบ้านคนเกาหลีในชนบท ดูรอยเท้าไดโนเสาร์ ทะเลเกาหลี รวมถึงในฉากงานแต่งงานแบบดั้งเดิมของเกาหลี เติมเกม

การออกฉายและรายได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกฉายทั่วไปในโรงภาพยนตร์เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เปิดตัวในวันแรกทำรายได้กว่า 7.2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในปี พ.ศ. 2553 ทำรายได้ใน 4 วันแรกที่ 40 ล้านบาท

เปิดตัวใน 4 วันแรกน้อยกว่าภาพยนตร์ในปีที่แล้ว ของจีทีเอชอย่าง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ และ 5 แพร่ง ที่ทำได้ 57 และ 51 ล้านบาทใน 4 วันแรกตามลำดับ และรายได้ 7 วัน 70 ล้านบาท ในสัปดาห์ที่ 3 จากการฉายเพียง 16 วันทำรายได้เกินร้อยล้าน

ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องอื่นอย่าง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ใช้เวลา 19 วัน และ 5 แพร่ง ใช้เวลา 18 วัน และสามารถทำรายได้ได้เป็นอันดับ 3 ของค่ายจีทีเอช ภาพยนตร์ทำรายได้รวม 130.5 ล้านบาท เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดประจำปี พ.ศ. 2553

ภาพยนตร์ออกฉายที่อินโดนีเซีย ติดอันดับ 3 บ็อกซ์ออฟฟิสของอินโดนีเซีย เป็นรองหนังฮอลลีวูด เรื่อง Grown Ups และหนังอินเดียเรื่อง We are Family สามารถขึ้นอันดับ 1 อันดับหนังทำเงินที่อินโดนีเซียได้ Slot

อัพเดทล่าสุด : 30 พฤษภาคม 2021 (ข้อมูลล่าสุดปี 2021)